ห้างสรรพสินค้าหน้าตาบูติคนี้
เป็นของคุณพี่ดีไซเนอร์ Karen Walker และเพื่อนอีกสามคนร่วมกันก่อตั้ง
เราชื่นชอบคุณพี่เป็นทุนติดตามกันมาทุกรันเวย์ในโว้ค
ได้ทีไปเยือนบ้าเนกิดพี่เขาที่นิวซีแลนด์
มีหรือจะไม่ไปแวะทัก
น่าตื่นเต้นกว่าที่ได้ไปเยือน shop พี่เขาแบบส่วนตัว
คือ The Department Store นี่ล่ะ
เพราะเขาเปิดเป็น อืมมม…จะเรียกว่าอะไรดี
แฟชั่นโชว์รูม ซีเล็กชอป คาเฟ่ ร้านทำผม ทำหน้า แต่งตัว
ขายหนังสือ ซีดี ขอเหมาว่าเป็นทุกอย่าง
เพราะมันรวมตัวกันอยู่ในตึก 3 ชั้น
ที่แบ่งชั้นล่างเป็นโซนขายของบวกคาเฟ่
เราสามารถพบเจอทุกคอลเล็กชันที่สร้างสรรค์บาย Karen Walker
และพ้องเพื่อนดีไซเนอร์จากหลายประเทศ
ที่ดีพาร์ทเม้นคัดสรรมาแล้ว
รวมถึง The Tea room ด้านในที่คอยเสิร์ฟชากาแฟและบลัช
จัดโซนได้น่ารักมากๆ เพราะปิงปองตัวใหญ่ตรงกลางนั่น
ไว้ให้เราสามารถนั่งแชร์ได้กับเพื่อนสมาชิกคนอื่นๆ
ไปพร้อมกับแมกกาซีนแฟชั่นสวยๆที่คัดมาเสิร์ฟไว้บนโต๊ะ
ที่ชั้นล่างยังมี Pop up โชว์ที่หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนทุกสามเดือน
เราชอบสไตล์การแต่งรา้นแบบแปลกๆ
ที่ดิสเพลย์ข้าวของให้น่าสนใจมากขึ้น
ไปที่ชั้นสองและสาม เป็นโซนเสริมสวย แต่งหน้า
ทรีเม้นต์ ทำผม แฮร์สปาเขามีหมด
ที่ชั้นสามยังมีจัดแสดงงานอีกด้วย
และที่ The Department Store เขาไม่ได้แค่เก๋ไปงั้นๆ
เพราะติดหนึ่งใน a list of the 25 best new retailers in the world
ของแมกกาซีน Monocle เข้าซะด้วย











* สำหรับทริปหน้าของใครเผื่อเป็นนิวซีแลนด์
แวะไป The Department Store ได้ที่
Northcroft Street ย่าน Takapuna Auckland ค่ะ
มูจิช่างคิดและเอาใจทุกเพศวัย
คราวน้ีออกมาเอาใจสาวๆ ต้อนรับวันแห่งความรัก
ด้วยดีไอวายเซตทำขนมและช็อกโกแลต
แค่เห็นแผ่นพับก็ใจละลายอยากรีบซื้อคว้า
มาใส่ผ้ากันเปื้อนแล้วลงมือทำซะเดี๋ยวนั้น
ดูขั้นตอนแล้วมันช่างแสนง่าย
และน่าได้ใจหนุ่มๆ ดีแท้ (อันน้ีนับเป็นผลพลอยได้ เล็กๆ น้อยๆ)
ในกล่องเซตเตรียมส่วนผสมไว้พร้อม
แค่เอาทั้งหมดมารวมตัวกันตามขั้นตอน
อบในไมโคเวฟก็ได้ด้วย
สนนราคาแต่ละกล่องอยู่ที่ประมาณ 600 เยนขึ้นไป
แค่นี้เราก็สามารถมีขนมน่ารักๆ ฝีมือตัวเองได้แล้ว
ดูแล้วช่างบิวด์ใจอะไรเช่นนี้หนอ
เกิดแรงบันดาลใจให้ว่า
วาเลนไทน์นี้ น่าจะลงมือทำช็อกโกแลตอีกสักครั้ง ^y^
ปล ขอบคุณข้อมูลที่มาแผ่นพับของฝากจากหมาป่าเดียวดายทริปอินโตเกียว
]]>




หลังจากหันไปรอบๆ ตัว ก็ค้นพบความจริงอย่างนึงว่า
รอบตัวเรานั้นประกอบไปด้วย ‘ลายจุด’ (Polka Dot)
ที่สารพัดจะจุดได้ตามสิ่งของละอันพันละน้อยต่างๆ นานา
ตั้งแต่ของชิ้นเล็กน้อยไปจนถึงกล่องใหญ่โต
และไล่เรื่อยลามเลียไปจนถึงเสื้อผ้าอาภรณ์
สรุปความได้ว่าเรามีลายจุดหมุนอยู่รอบตัว
หรือเราหมุนอยู่รอบๆ ลายจุดด้วยนั่นเอง
…มีใครชอบลายจุดและกำลังหมุนอยู่รอบลายจุดเหมือนเราบ้างไหมคะ?
หลังจากหันมาอีกทีเราก็พบว่า ตัวเรามีลายจุดเพิ่มขึ้นอีกหนึ่ง
เป็นจุดเล็กที่เพิ่งเกิด และรอวันจะกลายร่างเป็นแพทเทิร์นลายจุด
ให้ทุกคนโดยเฉพาะสาวๆ ได้ทำความรู้จัก
(ตรงนี้ขอไฟส่องเล็กน้อยค่ะ นางเอกกำลังจะมา)
“Polka Dot”
สำนักพิมพ์ลายจุด
สำนักพิมพ์สำหรับสาวๆ ที่มีเด็กผู้หญิงซุกซ่อนอยู่ในหัวใจค่ะ
(ถึงตรงนี้นางเอกปรากฏตัวด้วยชุดลายจุดฟู่ฟ่อง
และถอนสายบัวพร้อมส่งยิ้มสดใสทักทายแฟนๆ ทีีมารอให้การต้อนรับ)
และแล้วเธอก็ปรากฏตัวจนได้…
Polka Dot คือชื่อของสำนักพิมพ์พ็อกเก็ตบุ๊ค
สำนักใหม่ล่าสุด
ที่ออกแบบมาเพื่อสาวๆ โดยเฉพาะค่ะ
(ถ้าหนุ่มๆ จะมีลายจุดไว้ในหัวใจด้วยก็ไม่ว่ากันนะคะ ยินดีเป็นอย่างยิ่ง)
เปิดตัวลายจุดเล่มแรกด้วย
ฉบับกระเป๋า IT Bag, It’s not just about any bag
ที่กำลังจะวางแผงปลายเดือนนี้ค่ะ
หลังจากนี้เราจะทะยอยพ็อกเก็ตบุ๊คลายจุดใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ
จุดเล็กบ้างใหญ่บ้างต่างเรื่องราวกันไป
แต่รับรองว่าทุกจุดจะถูกใจสาวๆ กับเรื่องราวใกล้ตัว
ที่อยู่ในความสนใจ ไลฟ์สไตล์ อ่านสนุกและน่าติดตาม
ด้วยรูปเล่มที่สวยงามและดีไซน์น่ารัก
(นางเอกเริ่มออกอาการขายของแบบเขินๆ )
มาเริ่มทำความรู้จักกับ
Polka Dot
สำนักพิพม์ลายจุด
ไปพร้อมๆ กับลายจุดรอบๆ ตัวด้วยกันนะคะ
^v^

โตเกียวที่ไปกี่ครั้งก็ให้แรงบันดาลใจเสมอ
ทริปที่สามของปีนี้ ก็ยังเต็มเปี่ยม
รออ่านเรื่องราวในพ็อกเก็ตบุ๊คเล่มใหม่
ระหว่างนี้ดูรูปไปพลางๆ ก่อนจ้ะ



















เวลาที่เราบอกใครๆ ในวันเมฆครึ้ม ท้องฟ้าเป็นสีเทา
และมีลมพอที่จะคาดเดาได้ว่าฝนกำลังจะตกลงมาในอีกไม่กี่วินาที และนาทีข้างหน้า
ว่า “อากาศดีจังเลยนะตอนนี้” ก็มักจะได้ยินคำถามบนใบหน้านั้นว่า
“แบบนี้หรือที่เรียกว่าอากาศดี” โดยส่วนตัวเราชอบแบบนั้นนะ
ชอบวันที่เรียกให้เข้าใจง่ายๆ ได้ว่า อากาศขมุกขมัว ยิ่งช่วงใกล้ฝนตกด้วยแล้ว
อารมณ์จะยิ่งดี มีสมาธิมากพอที่จะนั่งคิดอะไรเพลินๆ เขียนงาน
หรือนั่งมองผู้คนจากนอกหน้าต่างในร้านกาแฟ
รวมไปถึงความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าแบบที่ไม่สามารถอธิบายได้
และบังเอิญว่าฤดูใบไม้ร่วงนี้ ได้พัดพาลมให้เราไปสูดอากาศเย็นสบาย
พร้อมใบไม้ที่กำลังจะเปลี่ยนสีจากเขียวเป็นแดง และต้อนรับการมาของลมหนาว
ที่หอบเอาความประทับใจจากเกาหลีมาฝากทุกๆ คนด้วยจ้ะ
O-Check Design Graphic
เพราะสติ๊กเกอร์หน้าร้านบนกระจกใสที่ติดข้อความไว้ว่า Design Outlet
ที่เป็นต้นเหตุการจูงมือเราเข้าร้านนี้ เพื่อไปพบกับบรรยากาศวัยเด็กในบ่ายวันแดดอุ่น
ที่เรียกหาเพื่อนๆ มาโดดหนังยาง ใกล้กับสนามฟุตบอลที่รุ่นพี่ที่เราแอบชอบเขาเตะบอลอยู่
การได้นึกถึงบรรยากาศแฟนฉันในร้าน
เป็นสิ่งนึงที่ O-Check Design Graphic ออกแบบไว้อย่างตั้งใจ
ทั้งในสมุดไดอารีปกผ้าเล่มหนากับกระดาษสีครีมอ่อนๆ
หรือโปสการ์ดรูปถ่ายจากสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก
ที่พาใจเราให้นึกถึงเรื่องราวครั้งนึงผ่านรูปถ่ายใบนั้น
ถ้าบังเอิญว่ามันเป็นที่ๆ เราเคยได้แวะเวียนผ่านไปด้วยพอดี
การจัดร้านแบบน้อยๆ พอเหมาะพอดีกับแสงอุ่นๆ
ที่ส่องผ่านจากกระจกใสหน้าร้าน บวกกับพื้นไม้และตู้ โต๊ะย้อนยุค
ยิ่งชวนให้บรรยากาศในร้านอบอุ่นขึ้นอีกหลายองศา
แถมยังหยอดไออุ่นแห่งปารีสไว้ทั่วงานดีไซน์อีกด้วย



ตอนนี้ที่เกาหลีเขากำลังอินเรื่องสินค้า Eco กันมากพอตัว
สเตชันนารีเซตที่เป็นมิตรรักกับธรรมชาติเลยได้เป็นนางเอกน้องน้อยไปในตัว
มีดีไซน์ดีน่ารักน่าใช้ไปหมดค่ะ O-Check Design Graphic
ก็เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ชูแขนรับความใส่ใจนี้
ด้วยกระดาษและผ้าที่มีใจให้ธรรมชาติ
หรือแบรนด์สเตชันนารีน้องใหม่อย่าง Eco Bridge ก็มาแรงด้วยสเตชันนารีครบทีม
ที่ออกแบบด้วยกราฟิกพอดีๆ กับธรรมชาติ
รวมไปถึงดินสอไม้แบบกระดาษที่ใช้ฉีกเวลามันทู่
น่ารักชอบใจแถมรู้สึกดีที่ได้มีส่วนร่วมรักษ์โลกนิดๆ ด้วยของกระจุ๋มกระจิ๋มเหล่านี้จ้า

ถัดมาจาก O-Check Design Graphic จะมีร้านคัพเค้กน้องใหม่ชื่อ
Cupcake café mayjune ขายคัพเค้กชิ้นเล็กในร้านเล้กเล็ก
จะนั่งที่ร้านหน้าเคาน์เตอร์หรือเดินกินจ้อบแจ้บไปก็เข้าที ^^

เอามาเรียกน้ำย่อยกันแค่นี้ก่อน
ยังมีต่ออีก แต่ต้องไปรออ่านใน knock knock! ฉบับเดือน พ.ย. จ้ะ

(บางส่วนจากคำนำใน วาดเล่น)
ฉันกับพี่ป่านรู้จักกันมานาน
นานพอๆ กับที่ฉันเริ่มก่อร่าง Knock Kncok! ขึ้นมา
เห็นงานเขียนของฉันที่ไหน ก็จะเห็นลายเส้นน่ารักของพี่ป่านเสมอ
ฉันชอบลายเส้นของพี่ป่านตั้งแต่ที่เห็นสเก็ต
และพอร์ตงานของเธอ พี่ป่านเป็นคนอารมณ์ดีเหมือนตัวการ์ตูน
ลายเส้นยุกยิกของพี่ป่านจะมีมุขให้เราคอยหา
ความน่ารักของพี่ป่านเหมาะสมที่สุดแล้วสำหรับ
หนังสือ วาดเล่น
วาดเล่นเป็นเหมือนแบบฝึกหัดวาดเขียน
ที่มีหลักสูตรยุกยิกง่ายๆ ให้ใครก็ได้ที่อยากจะวาดรูป
ได้สนุกไปกับการเริ่มต้น
วาดเล่นเป้นหนึ่งในงานที่ฉันภูมิใจ
เรามีทีมงานขนาดเล็กจิ๋ว
แต่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพและความรักในการทำทุกคน
และที่สำคัญ พวกเราชอบวาดเล่น
ติดตามผลงานวาดเล่น จาก Knock Kncok! Book
ได้ในงานสัปดาห์หนังสือ ตั้งแต่วันที่ 15-25 ต.ค. นี้นะคะ
เดี๋ยวมาอัพเดตข้อมูลเพิ่มเติมจ้ะ
ว่าจะไปในไหนยังไง จะได้เจอกันเนอะ ^^
<
รูปบนเป็นปกแบบที่หุ้มพลาสติกใสแล้ว
ส่วนรูปล่างแบบยังไม่หุ้มจ้ะ
น่ารักเนอะ ^^
ระลึกถึงบิ๊ก
…ด้วยรัก
ทั้งหมดจากนี้ คือข้อความจากบล็อก
http://www.insidezentrady.com
อยากให้ทุกคนได้อ่านค่ะ
น้องบิ๊ก คือเด็กหญิงสมาชิกคนสุดท้องของครอบครัวภูมิรัตน
บิ๊กเกิดมาก่อนกำหนดอายุเพียงหกเดือน จึงตัวเล็กมากๆ
ตอนนั้นคงขนาดเท่ากับขวดน้ำอัดลมได้ พ่อของบิ๊ก(พี่บ้อม พี่ชายของผม) จึงตั้งชื่อให้เธออย่างนี้ เพราะอยากให้บิ๊กสุขภาพแข็งแรง และโตวันโตคืนให้สมชื่อ
ผมแอบเห็นเห็นจมูกเล็กๆ ของเธอหายใจเบาๆ อยู่ในตู้อบ ดูเหมือนว่าอวัยวะภายในต่างๆ ของบิ๊กจะยังสร้างมาไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ คุณหมอบอกกับพวกเราว่า บิ๊กจะไม่แข็งแรงเหมือนเด็กทั่วไปนะ
สิบสองปี, คือเงื่อนไขเวลาที่เบื้องบนได้มอบให้กับพวกเรามาตั้งแต่วันแรกที่ได้รู้จักกับบิ๊ก และพวกเราคงมีหน้าที่ที่จะต้องยอมรับความจริงอันโหดร้ายนี้ให้ได้ ในขณะที่เวลากำลังนับถอยหลัง เราคงทำได้เพียงทำให้บิ๊ก มีความสุขมากที่สุด ตราบเท่าที่เรายังมีโอกาสได้อยู่กับเขา
บ้านของเราดูสว่างสดใสและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา นับตั้งแต่เรามีสมาชิก ใหม่คนนี้ บิ๊กเป็นเด็กฉลาด เข้าใจในเรื่องที่เราไม่คิดว่าเด็กในวัยนี้จะคิดกัน ,uเสียงหัวเราะของบิ๊กเติมเต็มให้บรรยากาศของบ้านเรา
นิสัยน่ารักอย่างหนึ่งของบิ๊กที่ผมประทับใจ คือบิ๊กเป็นเด็กที่รับแขกมากๆ ผมเคยเห็นแต่ เด็กที่เขินผู้ใหญ่หรือคนแปลกหน้า แต่กับบิ๊กแล้ว เวลามีใครมาบ้าน บิ๊กจะวิ่งรี่เข้าไปทักทายด้วยความดีใจทุกครั้ง เวลามีเด็กลูกหลานใครมาเยี่ยมบ้านเรา บิ๊กก็จะเป็นพี่สาวไปชวนเขาเล่น หยิบของเล่นมาให้เล่น บิ๊กอยากให้ทุกคนสนุก และยิ้มไปกับเขา
บิ๊กต้องเข้าออกโรงพยาบาลตลอด กินยาขมปี๋ มากกว่ากินขนมหวานๆ อย่างเด็กคนอื่น แต่บิ๊กไม่เคยบ่นงอแง คว้ายามากินเองอย่างว่าง่าย อายังจำได้ไม่ลืม มีอยู่วันนึงที่หนูบอกว่า
“หนูไม่น่าป่วยเลยนะ ทุกคนเลยต้องมาโรงพยาบาลกันหมดเลย”
หนูบิ๊กพูดแกมหัวเราะ แต่ในใจอาน้ำตาไหลเลยรู้ไหม
ตัวการ์ตูนที่บิ๊กชอบที่สุด คือเจ้าหนูนักสืบโคนัน เคยถามเหตุผล บิ๊กก็ตอบให้ฟังว่า เพราะตัวเขาเหมือนโคนัน ที่โดนทำให้คงสภาพอยู่ในร่างที่เป็นเด็กตัวจิ๋ว ไม่ได้โตซักที โลกในจินตนาการของบิ๊กเป็นอย่างนี้เอง
ถามบิ๊กอีกว่า แล้วศิลปินที่บิ๊กชอบที่สุดคือใครกันนะ จะใช่อาบอยรึเปล่า บิ๊กตอบว่า ไม่ใช่หรอก บิ๊กชอบคุณลุง สันติ ลุนเผ่! ..หืออ?!!
ทุกคนที่ได้ฟังคำตอบถึงกับงง เด็กสิบเอ็ดขวบที่ไหน ถึงได้รู้จักสันติลุนเผ่ เราต้องถามซ้ำ ไปอีกทีว่าใช่ สันติ ลุนเผ่ คนที่ร้องเพลง หนักแผ่นดิน กับ ความฝันอันสูงสุดน่ะเหรอ บิ๊กบอกว่าใช่แล้ว เขาชอบเพลงที่คุณลุงร้องกับพี่ป๊อด และเพลงนั้นมีชื่อเพลงว่า -ชัยชนะ-
ผมกลับบ้าน หยิบเพลงนี้มาเปิดฟังอีกครั้ง ความจริงผมเคยฟังเพลงนี้แล้วล่ะ เพลงนี้เป็นเพลงของพี่บอย โกสิยพงษ์ ที่พี่เขาแต่งไว้สำหรับงานกีฬาเอเชียนเกมส์เมื่อปีที่ผ่านมานี้เอง โดยเชิญ คุณอาสันติ มาร้องคู่กับพี่ป๊อด เพื่อให้คนไทยได้ร้องเพลงนี้เชียร์นักกีฬาไทยของเรา เนื้อเพลงเขาบอกว่าอย่างนี้ครับ…
เส้นทางที่เธอเดินอยู่นั้นฉันรู้ว่ามันไม่ได้ง่าย
ไม่รู้ต้องล้มต้องเหนื่อยล้าต้องพบปัญหาอีกเท่าไร
จนกว่าจะเจอจุดหมาย ที่อาจจะไกลแสนไกล
และไม่รู้เมื่อไรถึงจะสุดทาง
วันที่เริ่มต้นจนวันนี้ทุ่มเทชีวิตตั้งเท่าไร
ต้องเสียใจและผิดหวังมีสักกี่ครั้งที่เริ่มใหม่
กว่าจะเจอจุดหมาย ที่อาจอยู่ไกลแสนไกล
ไม่รู้อีกนานแค่ใหนถึงจะสุดทาง
จึงอยากจะขอส่งเพลงนี้แทนพลัง
ว่าอย่ากลับหลังขอให้เดินต่อไป
สักวันต้องถึงจุดหมายที่เธอตั้งใจเอาไว้
เพื่อให้รู้ว่า เราจะชนะตัวเองได้ไหม
กว่าเธอจะเดินถึงจุดนี้ต่อสู้มาแล้วนานเท่าไร
และทุกๆ ครัั้งที่ผ่านพ้นก็พร้อมอดทนใช่หรือไม่
กว่าจะเจอจุดหมาย ที่อาจอยู่ไกลแสนไกล
และไม่รู้เมื่อไรถึงจะสุดทาง
จึงอยากจะขอส่งเพลงนี้แทนพลัง
ว่าอย่ากลับหลังขอให้เดินต่อไป
สักวันต้องถึงจุดหมายที่เธอตั้งใจเอาไว้
เพื่อให้รู้ว่า เราจะชนะตัวเองได้ไหม
เพื่อให้รู้ว่า ชัยชนะนั้นคืออะไร
ทั้งที่เคยฟังเพลงนี้มาแล้ว แต่ความรู้สึกตอนนั้น ทำไมมันไม่เหมือนวันนี้เลยนะ วันนี้ผมฟังเพลงนี้ น้ำตานองหน้า ทำไมรู้สึกปวดหัวใจเหลือเกิน นักสู้ตัวน้อยของอา ทำไมหลานถึงได้เข้มแข็งอย่างนี้
บิ๊กอดทน จนวินาทีสุดท้ายของชีวิต ด้วยอาการป่วยของโรคตับเช่นนี้เอง ที่ทำให้อวัยวะทุกอย่างในร่างกายของบิ๊ก ค่อยๆ ใช้การไม่ได้ไปทีละอย่าง และบัดนี้ คงถึงเวลาที่ ทุกชิ้นส่วนจะสูญสลายลงแล้ว
แต่คงเหลือเพียงหัวใจของบิ๊กเท่านั้น ที่ยังเต้นอยู่ ..มันยังเต้นอยู่จริงๆ
มันเต้นอยู่ เหมือนกับจะบอกพวกเราว่า
น้องบิ๊กนั้นรับรู้ได้ถึงความรักที่พวกเราส่งให้ถึงเขา
บิ๊กจะรู้ไหมนะ ว่าบิ๊กได้สอนอะไรพวกเราหลายอย่างเลย หัวใจดวงเล็กๆ แต่สู้ไม่ถอย หัวใจอันเข้มแข็งอดทนของบิ๊ก จะคอยเตือนพวกเราไม่ให้ย่อท้อต่อ อุปสรรคใดๆ และรอยยิ้ม ของบิ๊กจะอยู่ในใจของพวกเราเสมอ
บิ๊ก เป็นดวงใจของทุกคนในบ้านตลอดมา
และ จะเป็นตลอดไป
ถึงแม้วันนี้บิ๊กจะจากพวกเราไปแล้ว แต่บิ๊กไม่ได้ไปอย่างเดียวดายเลย เพราะบิ๊กมีความรักของพวกเราทุกคนติดตามบิ๊กไปด้วย และจากนี้ ไม่ว่าบิ๊กจะไป ที่ไหนก็ตาม เด็กหญิงที่เข้มแข็งที่สุดในโลกคนนี้ จะยังอยู่ในใจทุกคนในครอบครัว ของเราเสมอ
เราไม่เคยพรากจากกัน
]]>
หลังจากคอมพิวเตอร์ที่ออฟฟิศทำพิษ
ด้วยการงอนใส่ขั้นรุนแรง อย่างหาสาเหตุไม่ได้
ส่งผลให้ผลงานเขียนน้องกุ๊กกิ๊กไกด์
และงานเขียนหลายชิ้นหายไปแบบไร้ร่องรอยการนำกลับมา
ก็หมดเวลาที่จะนั่งซึมจ๋อย
ได้เวลาที่จะออกกระโดดดึ๋งๆ ไปข้างหน้า
อย่างกบผู้ร่าเริงอีกครั้ง
ปล ไม่มีเพลงไหนเข้ากับช่วงเวลานี้เท่ากับเพลงก้าวต่อไปอีกแล้ว
…ดูนาฬิกาที่ข้อมือของเรา
…คงถึงเวลาลุกขึ้นมาแล้วเรา
…ยิ้มให้กับเรื่องเก่าๆ และโบกมือบ้ายบายยยยยยย


จัดร้านๆ








ผลิตผลทั้งหมดจาก lucky13th ค่ะ

เพื่อนบ้าน

สไปเดอร์แมนให้เกรียติมาร่วมงาน

เหมือนมาปิคนิคไปในตัว

เหมียวมาลอบมอง

แล้วเจอกันใหม่นะคะ บายยยย
ปล. ไปขโมยรูปแม่ค้ามาจากกล้องคนอื่น เลยเอามาลงเพิ่มจ้ะ

กับพี่ป่านและน้องกบเรืองแสง

กับอัพและน้องหญิง สภาพแบบเหนื่อยกันแล้วค่าา


ปล วันน้ีเอารูปสมุดและกระเป๋ามาให้ดูก่อนเล็กน้อย

ปกหน้า

ที่คั่นหนังสือ

เล่มนี้เป็นปกขาวนวล กับที่คั่นลายจุด

เล่มนี้แบบบาง

กระเป๋าใบน้อยพร้อมลายปักแฮนด์เมด

ครอบครัวแม่ลูกดก


ริ้บบิ้นในม้าหมุนเป็นแบบนี้

สติ๊กเกอร์แมวดำ


เสร็จแล้วเป็นแบบนี้ ปลื้มใจกับขอบกรดาษ
ที่เขาตัดเหมือนลายฉลุมากๆ เลยยยย


ไปดูรูปต่อในนี้นะ…
http://tuktabarbie13.multiply.com/photos/album/39/39


