
หลังจากปล่อยเวียดนามไว้เนิ่นนาน
ก็ได้โอกาสที่จะมารำลึกถึงกันซะหน่อย
หลังจากเป็นตัวตั้งตัวตีที่จะไปเวียดนามให้ได้
จากการผ่านสายตารับข้อมูลมาตลอด
ว่าเป็น "ปารีสตะวันออก"
ก็จัดการจองตั๋วบินฟรีกันตั้งแต่มกรา
จ่ายเงินเที่ยวล่วงหน้ากันไปเกือบ 8 เดือน
สุดท้ายจวนเจียนจะเดินทาง
ก็ไม่มีเวลาที่จะจัดการทริปอย่างที่ใจต้องการ
ครั้งนี้ไม่ได้เดินทางคนเดียว
ปล่อยสองขาออกตามหลังคนอื่นไปเรื่อยๆ
ก็มาถึงฮานอยแต่ค่ำ



เวียดนามไม่ต่างจากที่เราคิดเท่าไรนัก
แต่รับรู้ได้ถึงความแข่งแกร่งบางอย่าง
ผ่านถนนหนทาง เสาไฟ และบ้านเรือน
จนไปถึงผู้นำประเทศที่รักและหวังดีสืบกันมา
ที่ว่ารู้สึกถึง คงเพราะเขาเตรียมประเทศไว้เพื่อรอการขยายตัว
และวางแผนการเจริญเติบไตไว้เป็นระบบ
ระบบที่เขาเรียกว่าคอมมิวนิสต์





ฮานอยเป็นเมืองหลวงที่วุ่นวาย
ทุกเช้าค่ำเต็มไปด้วยรถมอไซด์และเสียงแตร
ที่บีบเพื่อบอกของการมาถึงและมีตัวตน
ยังไม่แน่ใจว่าต่อให้อยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหน
จะชินกับมันได้ไหม
แต่ฮานอยเป็นเมืองวุ่นวายที่สวยงาม
ตึกแถวเป็นสไตล์โคโรเนียของจีนผสมฝรั่ง
สวยจนน่าอิจฉา หันกล้องไปถ่ายตรงไหนก็สวย
และจากที่ไปมาหลายๆ จังหวัดในเวียดนาม
ก็ลงมติในใจว่าชอบความวุ่นวายของฮานอยที่สุด
เพราะฮานอยมีชีวิตชีวาในความเป็นจริง
ไม่ถูกเซตอัพจนขยับตัวไม่ได้
หรือเพราะเราเป็นคนเมืองหลวงกันแน่นะ
ก็เลยเคยชินกับความวุ่นวายไปซะแล้ว




ถ้ามุมที่ชอบที่สุดในฮานอยน่าจะเป็นแถวโบสถ์เซนโจเซฟ
เป็นโบสถ์เก่าแก่และขลังแต่ก็ยังเปิดใช้อยู่
ตอนเย็นๆ จะมีคนมาสวดมนต์กัน(เอ๊ะ…เรียกสวดมนต์ไหมนะ)
บรรยากาศดี มีร้านขายของเล็กๆ น่ารักแทรกตัวสลับกับร้านคาเฟ่
ให้บรรยากาศของฝรั่งเศสอยู่อุ่นๆ
หมดเงินไปหลายทีเดียวที่ร้าน Nagu
ร้านเวียดนามสัญชาติญี่ปุ่น
ที่ดูเหมือนว่าพอคนญี่ปุ่นไปจับแตะอะไร
ก็มีความเป็นเวียดนามสไตล์ญี่ปุ่นไปเลย
หมดเวลาที่ฮานอยเมืองเล็กๆ แต่คึกคักไม่น้อยหน้าใคร
มุ่งหน้าสู่ฮอยอัน เมืองที่ฝันหนักหนาว่าอยากไปให้ได้

ฮอยอันเป็นเมืองที่เล็กมากๆ แต่จัดการระบบให้เป็นเมืองท่องเที่ยว
ได้ดีมากเช่นกัน วางแผนไว้แล้วเรียบร้อย
และให้รายละเอียดเอาไว้จนแต่ละจุดมีค่าและเรื่องราว
ที่รอเราไปสัมผัสตลอด
แต่ไม่รู้ทำไมกลับรู้สึกเฉยๆ วัด วัง แต่ละจุดที่เหมือนถูกบังคับให้ไป
ก็ไม่รู้สึกประทับใจอะไรเท่าไร
ฮอยอันคล้ายๆ กับเมืองปาย
ถ้าจะชอบก็ชอบเพราะความน่ารักของเมือง
แต่ผู้คนที่นี่ไม่น่ารักเท่าไร
ความเซตอัพมากเกินไป อะไรๆ ก็เลยออกมาแข็ง
ไปฮอยอันเดินๆ เล่นสักวันก็เต็มที่แล้ว



เก็บตกที่เหลือในเมืองต่างๆ อีกหน่อย
ตั้งแต่ฮาลองเบย์…

ถึงเว้…


ที่เว้ก็น่ารักดี เป็นเมืองเล็กเช่นเคย
แต่มีสถานที่สำคัญน่าเที่ยวหลายที่
อย่างรูปที่เป็นบึงบัว
ของจริงมันอลังการมาก
นั่งอยู่ตรงนั้น มองออกไปเป็นบึงบัวกว้างใหญ่
ไม่รู้จะเก็บภาพออกมายังไงให้เหมือนที่ตาเห็น

goodbye, vietnam…
**เวลาที่เราไปประเทศไหนก็จะอดเปรียบเทียบกับไทยไม่ได้
เวียดนามเป็นประเทศที่กำลังหรือเป็นคู่แข่งกับไทยแล้ว
เป็นประเทศที่เตรียมตัวจะเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวไว้แล้ว
บอกตรงๆ ว่ายังนึกไม่ออกว่าเขาจะแข่งกับเราตรงไหน
ฮานอยไม่เจริญเท่ากรุงเทพฯ ก็จริง
แต่โฮจิมินทร์ไม่แน่ เพราะยังไม่เคยไป
เขาว่าเป็นเมืองธุรกิจที่น่ากลัวที่เดียว
แต่แค่คิดก็หวั่นใจ เพราะคนเวียดนามแข็งแรง
แข็งขัน ไม่ย่อท้อ รวมทั้งเป้นประเทศที่มีประชากร
รู้ภาษามากที่สุดในโลกซะด้วย
ไม่รู้ว่าถึงวันที่เวียดนามเจริญก้าวหน้าเกินไทยไปแล้ว
จะยังได้ยินเสียงแตรรถบีบระงมกันอีกไหม
ปล.ยังมีเรื่องวัฒนธรรมในเวียดนามที่อยากเขียนอีกมาก
ไว้จะมาต่ออีกที…


